PDT, NEW YORK at #FindTheLockerRoom
  • 21 June 2018 at 01:18
  • 939
  • 0

Words by: Chennarong (Jan)

-----------------------------------------------------------

 

พูดถึงเทรนของ Speakeasy บาร์ ที่กลับมาโด่งดังในช่วงศตวรรษนี้  หากกลับไปดูจุดเริ่มต้นของการกลับมาฮิตของเทรนนี้คงต้องขอบคุณหนึ่งในต้นแบบอย่าง บาร์ PDT(Please Don’t Tell) ที่ New York City ที่ทำให้หลายต่อหลายคนรู้จักและพูดถึง Speakeasy theme bar ด้วยคอนเซปเก๋ๆที่ซ่อนบาร์ Cocktail ไว้หลังตู้โทรศัพท์ในร้าน Hot Dog โดยเมื่อเราจะเข้าไปถึงต้องยกหูโทรศัพท์ในตู้ เพื่อคุยและรอพนักงานต้อนรับเช็คที่ว่าง หากถ้าไม่ว่างก็สามารถออกมาสั่ง Hot Dog นั่งทานรอไปก่อน บอกเลย Hot dog ที่นี่อร่อย ถ้าใครได้ไปอย่าลืมสั่งทานนะครับ และเมื่อมีที่นั่งด้านในพร้อม จะมีเสียงโทรศัพท์ดังที่ตู้เราต้องกลับไปรับโทรศัพท์ จากนั้นพนักงานจะกดปุ่มเปิดจากด้านใน ลูกค้าก็จะสามารถผลักกำแพงทางด้านข้างของตู้โทรศัพท์เข้าไปได้ และจะพบกับบาร์ค็อกเทลบรรยากาศดี แสงสลัวเล็กน้อย พนักงานที่เป็นกันเอง สำหรับเครื่องดื่มในเมนูนั้น Cocktail แต่ละตัวบ่งบอกถึง Skill ของบาร์เทนเดอร์ที่ Professional ไว้ใจได้ในรสชาติและความถูกต้องของการคิดและเลือกสรรค์วัตถุดิบที่นำมาทำเครื่องดื่มแต่ละเมนู และด้วยสถานที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าต้องกระซิบคุยกัน เสียงหัวเราะเสียงพูดคุยทำให้รู้สึกว่านี่คือบรรยากาศที่บาร์ควรจะเป็น

 

 

และคนที่อยู่เบื้องหลังของการทำให้บาร์อย่าง PDT โด่งดังไปทั่วโลกนั่นคือ Jeff Bell, General Manager and Head Bartender of PDT ผู้ซึ่งได้รับรางวัล StarChefs Rising Star Bartender เมื่อปี 2013 และยังครองตำแหน่งแชมป์ Diageo World Class USA ในปี 2013 และในปีนั้นเอง Jeff คว้าอันดับที่ 2 จาก Diageo World Class Global Final ด้วย นั่นทำให้ชื่อของเขาได้ถูกโหวตให้เป็น Best American Bartender Winner จาก the Spirited Awards at Tales of the Cocktail ในปี 2017 ที่ผ่านมา รางวัลยาวเหยียดขนาดนี้คงไม่ต้องอธิบายถึงฝีมือบาร์เทนเดอร์ระดับโลกคนนี้

 

 

 

และเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา Speakeasy บาร์ชื่อดังในกรุงเทพ #FindTheLockerRoom ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็น Best New Cocktail Bar ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเห็นเหล่าบาร์เทนเดอร์ชื่อดังของโลกแวะเวียนมาทำ Guest Shift อยู่ที่นี่บ่อยๆ ได้มีโอกาสเชิญ Jeff Bell บินตรงมาทำ Guest Shift ให้นักดื่มผู้หลงใหลใน Cocktail ได้มีโอกาสดื่มเครื่องดื่มจาก PDT และจากการฝีมือของ Jeff Bell เอง

โดยครั้งนี้ Jeff ได้เตรียม Cocktail มาทั้งหมด 4 สูตร นั้นคือ

1) KING’S CUP

ค็อกเทลที่มี Balancing กำลังดีตัวนี้มีส่วนผสมของ Botanist Gin, Italicus, Fresh Lemon, Crème de Violette และSugar

 

 

 

 

 2) BARBADOS COBBLER

Mount Gay Black Barrel, Fresh Coconut Water, Velvet Falernum, Pablo Cortado Sherry

Refreshing Cocktail ตัวนี้มีความ Tiki อยู่ไม่น้อย และด้วยการนำเอา น้ำมะพร้าวกับ Falernum มาผสมกันแล้วใช้ Sherry ช่วยในเรื่องความเปรี้ยวเล็กน้อย ทำให้สูตรนี้น่าจะเหมาะมากกับอากาศแบบบ้านเรา

 

 

 

3) SCOTCH WEESKI

Bruichladdich Unpeated Single Malt, Cocchi Americano, Cointreau, Orange Bitters

ไม่ค่อยเห็นนักกับการนำเอา Single Malt มาทำ Cocktail แต่ครั้งนี้ Jeff เลือก Bruichladdich มาจับคู่กับทั้ง Cointreau และ Cocchi Americano และนี่น่าจะเป็นตัวเลือกของ cocktail สำหรับนักดื่มสาย Single Malt Whisky

 

 

4) ICED TEA OLD FASHIONED

Remy Martin VSOP, Honey Syrup, Black Tea Concentrate

ค็อกเทลสไตล์ Old Fashioned ที่มีรสชาติ ความ Fruity ละ Oaky ของ Remy Martin VSOP Cognac ผสมผสานรสชาติฝาดบางๆของ tannin ใน Black Tea ถือเป็นการจับคู่ที่ลงตัว

 

 

  

 

 

และเพื่อจำลองความเป็น  PDT ที่ New York ทาง #FindTheLockerRoom ได้นำซุ้ม Hot Dog จาก Fatty’s Bar and Diner มาตั้งข้างหน้าร้านเพื่อ เสริฟ Hot dog ให้เหล่าลูกค้าได้สัมผัสความเป็น PDT ให้คล้ายมากที่สุด แต่ผมว่าดีกว่าเพราะที่ PDT ไม่อนุญาติให้เอา Hot Dog เข้าไปทาน แต่คืนนี้เรานั่งทาน Hot Dog พร้อมกับดื่ม Cocktail จากฝีมือ Jeff Bell เลย แล้วเจอกันงานหน้าครับ

Shake Well!

 

-----------------------------------------------------------

ความรู้เพิ่มเติมช่วงท้าย 

Jan said:

-----------------------------------------------------------

Cocchi Americano- อ่านว่า โค๊ค กิ้ Koh-Kee เป็น Aperitif Wine จาก Asti ใน Italy   ABV16.5%

เป็นการนำเอา Wine Wine Cold infused กับ เครื่องเทศ สมุนไพร หลักๆเช่น ดอก Gentian, ใบ Artemisia, Cinchona, Bitter Orange Peel, Elderflower และอื่นๆ จากนั้นเติมน้ำตาลลงไป เพื่อความ Balancing รสชาติ

 

-------------------------------------------------------------

 

Italicus - จัดเป็น Italian Aperitivo (ดื่มก่อนอาหาร) และถือว่าเป็น Italian Liqueur ซึ่งอยู่ในหมวด Rosolio ที่มีการทำในสมัยศตวรรษที่15 ได้รับความนิยมทางตอนใต้ของอิตาลี โดยมักใช้กลีบกุหลาบในการทำสมัยนั้น และวิธีการทำนี้แทบจะสาบสูญไปแล้วในสมัยนี้ ด้วยวิธีอันเก่าแก่นี้๔กใช้สร้างสรรค์ Italicus โดยใช้มะกรูด (Bergamot พันธุ์ของทางด้านอิตาลีจะลูกใหญ่และมีสีเหลืองไม่เหมือนกับมะกรูดบ้านเราครับ) และ Cedro citrus fruits (มะนาวเหลือง ที่ผลใหญ่มากๆ) ใช้เทคนิค Cold Pressing เพื่อเอา essential oil ที่เรียกวิธีนี้ว่า Sfumatura ที่มีการกดผ่านฟองน้ำเพื่อเอาน้ำมัน Essential oil คิดค้นโดยแม่ชีในอิตาลีเพื่อการทำ Rosolio ในสมัยก่อน จากนั้นแช่รวมกับสมุนไพรเครื่องเทศและเหล่าดอกไม้ เช่นกุหลาบเหลือง และ Lavender อีก 8-9 วัน ตามวิธีการทำดั้งเดิม ก่อนจะมาเป็น Italicus